วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2551

หอหลวง


หอพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง หรือเรียกย่อว่า หอหลวงฯ :ตั้งอยู่กลางเมืองทางด้านทิศตะวันตกใกล้กับริมแม่น้ำโขง อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเชิงเขาพูสี ค่าเข้าชม 20,000กีบ สำหรับชาวต่างประเทศ และ 2,000กีบ สำหรับคนเมือง(คนลาว)สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.30-11.00น.และ 13.00-16.00น.เนื่องจากสปป.ลาวได้รับอิทธิพลจากประเทศฝรั่งเศส ช่วงเวลาประมาณ 11.00-13.00น.สถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงสถานศึกษา มักเป็นช่วงเวลาพัก)ส่วนรูปภาพภายในหอหลวงไม่มีให้ชม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของหอหลวงไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายภาพหรือกล้องวีดีโอเข้าไปภายใน ต้องฝากกระเป๋าถือและกล้องฯ ไว้ที่ด้านหน้าทางด้านซ้ายมือของพระราชวังหอหลวงนี้สร้างในสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ประมาณปี พ.ศ.2447และสืบทอดมายังเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ฝีมือการออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เป็นอาคารชั้นเดียวยกพื้นสูง รูปแบบอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสผสมกับลาว ด้านนอกอาคารเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ซึ่งเป็นผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญ



วัดสีสะเกด


วัดสีสะเกด สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.๑๘๑๘ ตามคำสั่งของเจ้าอนุวงศ์ รัชกาลสุดท้าย เจ้าชีวิตองค์สุดท้าย)แห่งอาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ วัดสีสะเกด ซึ่งเดิมได้กล่าวไว้ในศิลาจารึกว่า “สะตะสหัสสาราม”(แปลว่าวัดแสน) แต่คนทั้งหลายเรียกว่า วัดสีสะเกด วัดนี้ตั้งอยู่ติดกับพระราชวังหลวง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และถ้าอยู่ในกำแพงโบราณเวียงจันทน์ชั้นใน (ชั้นใน) ห่างไกลจากแม่น้ำโขง ๒๕๐ เมตร วัดสีสะเกด เป็นวัดหนึ่งที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์เมื่อต้นศตวรรษที่ ๑๙ แห่งคริสตศักราชและมีวัดเดียวเท่านั้นในนครเวียงจันทน์ที่ไม่ถูกทำลายจากสงคราม เมื่อปี ค.ศ.๑๘๒๙ และโครงร่างพุทธสีมา พูดได้ว่ายังสมบูรณ์ตามแบบดั้งเดิม ส่วนที่ถูกทำลายไปบ้างจะเป็นศิลปะตกแต่ง ทรัพย์สมบัติวัดนี้ส่วนใหญ่ก็สูญเสียไปในสงคราม ปีค.ศ.๑๘๒๙ เช่นเดียวกันและในคราวต่อมาด้วย แต่ก็ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ปางชนะมาร ประดิษฐานอยู่กลางพุทธสีมา ๑ องค์ พระพุทธรูปทองเหลือง ปางห้ามญาติ ๒ องค์ และพระพุทธรูป ๑๒๐ องค์ ตั้งวางแสดงอยู่และสิ่งที่มีค่าอื่นๆ ที่สวยสดงดงามเป็นพิเศษซึ่งยังเป็นตัวอย่าง แสดงให้เห็นการขยายตัวทางด้านศิลปวัฒนธรรมสกุลช่างล้านช้างเวียงจันทน์ในต้นศตวรรษที่ ๑๙ แห่งคริสตศักราช วัดสีสะเกดเป็นแหล่งรวบรวมมรดกวัฒนธรรมทางศาสนา เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๒๔ เป็นต้นมา ปัจจุบันพระพุทธสีมาวัดสะเกดเป็นคลังสะสมวัตถุโบราณต่างๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะนับตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๕,๑๖,๑๗,๑๘,๑๙ และที่พิเศษคือการสะสมวัตถุศิลปวัฒนธรรม สมัยต้นศตวรรษที่ ๑๙ แห่งคริสตศักราช นอกจากนี้ ยังมีหอไตร (หอสมุดทางศาสนา)สร้างขึ้นในระยะเดียวกันกับวัดสีสะเกด เพื่อเก็บพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนา (พระไตรปิฎก)หรือคัมภีร์อื่นๆ ทางศาสนา หอไตรนี้แต่เดิมประดับประดาดอกดวงและติดแก้วที่สวยสดงดงาม แต่ได้สูญหายไปเกือบหมดแต่ก็ยังมีเหลือบ้างส่วนที่แสดงให้เห็นถึงความงดงามของศิลปะสกุลช่าง ต้นศตวรรษที่19 หอไตรได้บูรณะปรับปรุงใหม่เมื่อปี ค.ศ.๑๙๓๐

ประตูชัย



ประตูชัย : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่างสงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวันให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ บนยอดของประตูชัยอีกด้วย ตลอดบันไดวนของประตูชัยจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นชมวิวทิวทัศน์ทุกวัน
ค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 2,000 กีบ (1 บาท เท่ากับ 266 กีบ)เปิดเวลาเปิดเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2551

หอพระแก้ว



หอพระแก้ว :"อดีตเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต"หอพระแก้ว ตั้งอยู่บนถนน เชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ แต่เดิมเป็นวัดหลวงประจำราชวงศ์ของลาว พระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2108 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากล้านนา เมื่อต้องเสด็จกลับมาครองราชบัลลังก์ล้านช้างหลังจากที่พระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสารสิ้นพระชนม์ลงในการทำศึกสงครามกับประเทศสยาม เมื่อปีพ.ศ.2322 นครเวียงจันทน์ถูกกองทัพสยามตีแตก กองทัพสยามบุกเข้าปล้นและช่วงชิงเอาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของนครเวียงจันทน์ไป แม้หอพระแก้ปัจจุบันจะไม่ใช่วัดอีกต่อไป แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ก้ยังเดินทางมาสักการะบูชากันเป็นจำนวนมาก สำหรับส่วนในของพิพิธภัณฑ์นั้น จัดแสดง พระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏก ภาษาขอมและกลองสำริดประจำราชวงศ์ลาว ค่าเข้าชม คนละ 5,000กีบเปิดเวลาเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น., 13.00 น. - 16.00 น.

ค่าเงินประเทศลาว


เงินตราสกุลเงินของสปป.ลาว เรียกว่า “กีบ” ธนบัตรที่พิมพ์ออกใช้ในปัจจุบันนี้มีฉบับละ 500 กีบ, 1,000 กีบ, 2,000 กีบ, 5,000 กีบ, 10,000 กีบ, 20,000 กีบ, และ 50,000 กีบ ปกติแล้วรัฐบาลห้ามใช้เงินสกุลอื่นในการซื้อขายสินค้าและบริการ แต่โดยทั่วไป บริษัทห้างร้านต่าง ๆทั้งหลาย ยินดีรับเงินเหรียญสหรัฐ และเงินบาทของไทยเรา นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินกีบได้ที่ธนาคาร หรือตามร้านค้าทั่วไป ในกรณีที่ท่านต้องการใช้บัตรเครดิต สามารถใช้ได้ตามโรงแรมใหญ่ ๆ ทั้งในเวียงจันทน์และหลวงพระบาง

ตลาดจีน (Evening Market)

ตลาดจีน หรือ ตลาดแลง (Evening Market)อยู่ในพื้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ คนไทยเรียกว่า ตลาดจีน เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นตลาดและศูนย์การค้าที่ขายสินค้าที่นำเข้ามาจากจีน ผู้ขายสินค้าส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีน การสื่อภาษาใช้ภาษาจีน หรือใช้ภาษาลาวและไทยที่ออกสำเนียงจีน สินค้าที่มีจำหน่ายเป็นสินค้าที่เคยพบเห็นกันได้ตามแหล่งจำหน่ายสินค้าจากจีนตามตลาดหรือแหล่งค้าต่าง ๆ สินค้าซึ่งขายกันอยู่ที่ตลาดจีน คนที่ไปตลาดเช้าในตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ หรือเดินเที่ยวที่ตลาดท่าเสด็จในตัวเมืองจังหวัดหนองคาย ก็คงจะหาซื้อกันได้ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ในครัวเรือน ของตกแต่งบ้าน ของเล่นเด็ก ของขวัญ แผ่นซีดีเพลงภาษาจีน ขนม อาหารแห้ง เครื่องเทศ และกระเป๋าเลียนแบบสินค้ายี่ห้อที่มีชื่อเสียงของต่างประเทศ ซึ่งจำนวนร้านค้าและบรรยากาศก็ดูจะคึกคักเป็นรองอยู่มาก คนซื้อควรกล้าที่จะต่อรองราคาด้วยจึงจะได้ของถูกทั้งใจถูกทั้งราคา



เตรียมตัวก่อนเดินทางเข้าประเทศลาว


ประเทศไทยเราสามารถเดินทางเข้า สปป.ลาวได้ที่ด่านพรมแดน 5 จังหวัด ดังนี้
1. จังหวัดเชียงราย (เชียงของ – ห้วยทราย)
2. จังหวัดหนองคาย (สะพานมิตรภาพไทย-ลาว – นครหลวงเวียงจันทน์)
3. จังหวัดนครพนม – ท่าแขก
4. จังหวัดมุกดาหาร – สะหวันนะเขต
5. จังหวัดอุบลราชธานี (ด่านช่องเม็ก – วังเต่า)บุคคลที่ถือสัญชาติไทย สามารถเดินทางไป สปป.ลาวได้

1. หนังสือเดินทาง(Passport) สามารถเดินทางเข้า- ออก สปป.ลาวได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และอยู่ในสปป.ลาว ได้ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2547 เป็นต้นมา
2.บัตรผ่านแดนชั่วคราว(Temporary Border pass) สามารถเดินทางเข้าสปป.ลาว เฉพาะในเขตนครหลวงเวียงจันทน์เท่านั้น และ อยู่ได้ครั้งละ 3 วัน 2 คืน เอกสารที่ใช้ทำบัตรผ่านแดน- สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรข้าราชการอย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 1 ใบ- เด็ก ใช้สำเนาสูติบัตร หรือสำเนาทะเบียนบ้าน- รูปถ่ายขนาด 1 หรือ 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ การนำรถยนต์เข้าไป สปป.ลาวตั้งแต่ 1 มีนาคม 2547 เป็นต้นไป สามารถนำรถยนต์ข้ามพรมแดนไปยัง สปป.ลาวได้ โดยต้องมีเอกสารที่ใช้ในการเดินทางดังนี้
1.หนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) และเครื่องหมายแสดงประเทศ (T)
2.กรมธรรม์ประกันภัยบุคคลที่สาม (ของ สปป.ลาว) มีจำหน่าย ณ จุดชาย
3.ใบอนุญาตขับรถที่ยังไม่หมดอายุ ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ (สำหรับผู้ขับรถ) ขั้นตอนการนำรถยนต์เข้าไปใน สปป.ลาว ขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศ (เล่มสีม่วง) ต้องเตรียมหลักฐานต่อไปนี้
- สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียน หรือใบคู่มือการจดทะเบียนรถที่ไม่ค้างชำระภาษีประจำปี - สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถไม่สามารถมาดำเนินการได้ด้วยตัวเอง) *** สามารถยื่นขอหนังสืออนุญาตรถระหว่างประเทศและขอรับการแปลใบอนุญาตขับรถเป็นภาษาอังกฤษ ได้ที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย โทร. 0-4242-1473